วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

IR (Institutional Repository)

IR (Institutional Repository) หมายถึง คลังเก็บทรัพยากรสารสนเทศดิจิทัล 
ของมหาวิทยาลัยจะมีการเก็บรวบรวมไว้และจัดทำฐานดัชนีที่สามารถสืบค้น
ถึงทรัพยากรสารสนเทศได้ หรือคลังเก็บสารสนเทศในระดับสถาบัน เป็นหน้าที่
ของมหาวิทยาลัยในการจัดการเผยแพร่เกี่ยวกับทรัพยากรสารสนเทศเหล่านั้น 






ประโยชน์ของการมีคลังเก็บสารสนเทศระดับสถาบัน

  • เป็นการจัดการความรู้
  • เป็นการสื่อสารทางวิชาการ
  • เป็นการสงวนรักษาทรัพย์สินทางปัญญาในรูปดิจิทัล
  • เป็นเสมือนพื้นฐานของกระบวนทัศน์ใหม่ในการพิมพ์ผลงานทางวิชาการ
  • ทำให้เกิดระบบการรวบรวม สงวนรักษา และเผยแพร่เนื้อหาทางวิชาการ
  • เป็นเสมือนตัวชี้วัดของคุณภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัย
  • เป็นการสนับสนุนเรื่องการเข้าถึงโดยเสรี

    คุณลักษณะที่สำคัญของการเป็นคลังเก็บสารสนเทศระดับสถาบัน

    • เนื้อหาที่เป็นดิจิทัล (Digital content)  
    เก็บผลงานที่เป็นดิจิทัลเท่านั้น
    • การเน้นงานที่สร้างโดยสมาชิกของสถาบัน (Institutionally-defined)      
    การจัดทำคลังเก็บระดับสถาบันเน้นการจัดเก็บผลงานของสมาชิก
    • เนื้อหาทางวิชาการ (Scholarly content)      
    เน้นเนื้อหาทางวิชาการ  เพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของการเป็นคลังเก็บสารสนเทศ
    ระดับสถาบันในการรวบรวม การสงวนรักษา และการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
    • การสะสมเพิ่มพูน และความยั่งยืน (Cumulative and perpetual) 
    มีการสะสมผลงาน และเมื่อนำเข้าคลังเก็บแล้ว ไม่ควรนำออกจากคลัง ยกเว้นแต่
    มีเหตุจำเป็น เช่น งานนั้นมีการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นต้น คลังเก็บจึงต้องพัฒนานโยบาย 
    รวมทั้งนำระบบการจัดการสิทธิ์ (right management) มาประยุกต์ใช้ ในการอนุญาตให้
    เข้าถึงเนื้อหาในคลังเก็บทั้งจากหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก รวมทั้ง
    ต้องมีระบบการสงวนรักษาผลงาน และสามารถให้เข้าถึงได้ในระยะยาวได้
    • การทำงานร่วมกันได้และการเข้าถึงแบบเปิด/แบบเสรี (Interoperable and 
    open access) 
    การสามารถให้มีการเข้าถึงได้แบบเปิด / แบบเสรี จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของ
    การลงทะเบียนเข้าใช้ การนำการเก็บถาวรแบบเปิด หรือ Open Archives Initiative 
    (OAI) มาใช้เพื่อเป็นแนวทางการกำหนดมาตรฐานสำหรับการเก็บรักษาในเชิง
    บันทึกถาวร และสามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนเมทาดาทาทำให้สามารถสืบค้น 
    และเรียกใช้ข้อมูลข้ามระบบกันได้

    OPEN ACCESS (OA)


              OPEN ACCESS (OA) หมายถึง การเข้าถึงโดยสาธารณะซึ่งสามารถเข้าถึง
    เอกสารวิชาการในรูปแบบดิจิทัลที่เข้าถึงได้แบบออนไลน์ฟรี ในปัจจุบันได้รับ
    ความนิยมมากเนื่องจากผู้ใช้เพราะวารสารจะมีราคาค่อนข้างสูงจึงทำให้ผู้ใช้
    ไม่สามารถซื้อวารสารได้ทุกเล่ม ทุกศาสตร์ เป็นเหตุผลที่ทำให้ OPEN ACCESS 
    ได้รับความนิยมและสามารถเข้าใช้ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และวารสารเหล่านี้จะมี
    ตัววัดค่าความถี่ (Impact Factor) ในการถูกนำไปอ้างอิงในปีนั้นๆ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้
    เข้าถึงเนื้อหาที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วโดยดูจาด ค่า (Impact Factor) ได้


    ประเภท

    Open Access  สามารถเข้าถึงทรัพยากรในรูปแบบดิจิทัลได้โดย อ่าน ดาวน์โหลดเก็บไว้ 
    เอาไปแจกเผยแพร่ต่อ สามารถนำไปเปลี่ยนภาษา หรือ นำไปใช้เพื่อการศึกษาได้
    Free Access ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเอกสารต้นฉบับได้ แต่สามารถขออนุญาติ
    จากต้นฉบับได้


    แหล่งค้นหา Open Access เช่น



    Google      รวบรวมรายชื่อแหล่งข้อมูล Open access ถึง 53 แหล่ง
    http://www.google.com/Top/Science/Publications/Archives/Free_Access_Online_Arc/




    Google Scholar      บริการเอกสารจากสำนักพิมพ์ต่างๆ http://scholar.google.co.th/




    Directory of Open Access Journals , DOAJ      จัดทำโดยห้องสมุด LUND 
    ประเทศสวีเดนรวบรวมรายชื่อวารสาร Open Access ในทุกสาขามากกว่า 2,700 รายชื่อ
     http://www.doaj.org/ เป็นต้น