ลิขสิทธิ์กับงานสารสนเทศ
ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิของผู้สร้างสรรค์ผลงานที่สามารถกระทำการใดกับผลงาน
ของตนได้ ผู้อื่นไม่สามารถกระทำกับผลงานของผู้นั้นได้ เนื่องจากเป็นทรัพย์สิน
ทางปัญญาที่กฎหมายได้ให้ความคุ้มครอง ให้เจ้าของผลงานลิขสิทธิ์ได้รับ
ความคุ้มครองตามกฎหมาย
Fair Use
Fair Use คือ การนำลิขสิทธิ์ของผู้อื่นมาใช้ได้ในระดับที่จำกัด ซึ่งเป็นความ
ชอบธรรมทางการกฎหมายที่บุคคลสามารถนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ขัด
กับผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น
- การนำงานวิจัยและผลงานวิชาการมาใช้โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของ
ลิขสิทธิ์ เช่น การนำผลงานมาเพื่อใช้ในการสอนหรือการทำสำเนาเพื่อประกอบ
การเรียนในห้องเรียน หรือ การนำมารายงานข่าว
- การอนุญาติลิขสิทธิ์ในระดับที่จำกัด เช่น การใช้งานด้านสื่อโสตทัศน์
งานศิลปะ หรือ งานสถาปัตยกรรม
ระยะเวลาในการคุ้มครองลิขสิทธิ์
กฎหมายเดิม ลิขสิทธิ์จะคุ้มครองผลงานเป็นระยะเวลา 50 ปี ปัจจุบันมีการ
ให้ความคุ้มครองถึง 70ปี ส่วนในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นให้ความคุ้มครองเป็น
ระยะเวลา 120 ปี
การคุ้มครองลิขสิทธิ์
การคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิกระทำเพียงผู้เดียวในผลงาน
ที่เป็นงานมีลิขสิทธิ์ของตน
1. สามารถทำซ้ำ หรือ ดัดแปลง
2. การเผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน
3. ให้เช่าต้นฉบับ หรือสำเนางาน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์
และสิ่งบันทึกเสียง
4. ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น
5. อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์ในการเช่าซื้อ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน
และให้เช่าต้นฉบับ เป็นต้น
http://cc.in.th/wp-content/uploads/2010/05/cc-eyes.jpg
ครีเอทีฟ คอมมอนส์ ( Creative Commons: CC )
Creative Commons เป็นรูปแบบสัญญาอนุญาตการใช้ลิขสิทธิ์จำพวกหนึ่ง
ที่ได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2002 ครีเอทีฟคอมมอนส์ก่อตั้งโดย
ลอว์เรนซ์ เลสสิก ซึ่งปัจจุบันบริหารงานโดย โจอิจิ อิโต (จอย อิโต) โดยครีเอทีฟ
คอมมอนส์เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
องค์กรได้จัดตั้งสัญญาอนุญาตดังกล่าวขึ้นเพื่อขยายขอบข่ายของการใช้
สื่อต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมากให้กว้างขึ้นโดยที่ไม่จำกัดที่สัญญาอนุญาตของสื่อนั้นๆ
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเอื้อให้มีการใช้สื่อทั้งทางภาพ เสียง ข้อมูล
โดยสัญญานี้จะคุ้มครองเจ้าของผลงานและต่อต้านการแอบอ้างผลงานของผู้อื่นมา
เป็นของตน ซึ่งการคุ้มครองนี้อาจไม่สามารถคุ้มครองผลงานได้ 100% แต่สามารถ
ฟ้องกลับบุคคลที่นำผลงานของบุคคลอื่นไปเป็นของตนเองได้
ประเภทของสัญญาอนุญาต
1.Attribution บุคคลอื่นสามารถทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผยข้อมูล หรือแสดงผลงาน
ของเจ้าของผลงานได้ โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ต้องทำการให้ credit
กับเจ้าของผลงานทุกครั้ง
2.Non-commercial บุคคลอื่นสามารถกระทำการทำสำเนา เปิดเผย แจกจ่าย หรือ
แสดงผลงานของเจ้าของผลงานได้โดยไม่ต้องร้องขอ หรือจ่ายเงินแต่เฉพาะ
วัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น
3.No derivative work อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผย
หรือแสดงผลงานของเราได้โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ผู้กระทำไม่สามารถ
นำงานไปดัดแปลงแก้ไขได้
4.Share alike อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถกระจายงานทีดัดแปลงหรือแก้ไขภายใต้
การอนุญาตที่คล้ายกันกับรูปแบบที่เราเลือกไว้
ประเภทของสัญญาอนุญาต
1.Attribution บุคคลอื่นสามารถทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผยข้อมูล หรือแสดงผลงาน
ของเจ้าของผลงานได้ โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ต้องทำการให้ credit
กับเจ้าของผลงานทุกครั้ง
2.Non-commercial บุคคลอื่นสามารถกระทำการทำสำเนา เปิดเผย แจกจ่าย หรือ
แสดงผลงานของเจ้าของผลงานได้โดยไม่ต้องร้องขอ หรือจ่ายเงินแต่เฉพาะ
วัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์เท่านั้น
3.No derivative work อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถทำสำเนา แจกจ่าย เปิดเผย
หรือแสดงผลงานของเราได้โดยไม่ต้องขอหรือจ่ายเงิน แต่ผู้กระทำไม่สามารถ
นำงานไปดัดแปลงแก้ไขได้
4.Share alike อนุญาตให้ผู้กระทำสามารถกระจายงานทีดัดแปลงหรือแก้ไขภายใต้
การอนุญาตที่คล้ายกันกับรูปแบบที่เราเลือกไว้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น